ปัจจุบันชาวลาวจำนวนถึง 3 ใน 4 ของประชากร ดื่มเครื่องดื่มที่ผสมแอลกอฮอล์ ซึ่งเป็นอัตราสูงที่สุดภายในกลุ่มอาเซียน ถึงแม้ว่าชาวลาวซึ่งมีอยู่เพียง 6 ล้านคนเศษ จะไม่ได้ดื่มเครื่องดื่มประเภทนี้เป็นปริมาณมากที่สุดก็ตาม เมื่อเทียบกับเวียดนามประเทศเพื่อนบ้านที่มีประชากรกว่า 90 ล้านคนในปัจจุบัน 
สื่อของทางการลาวรายงานตัวเลขดังกล่าวโดยอ้างข้อมูลที่กระทรวงสาธารณสุขรายงานต่อที่ประชุมสภาแห่งชาติปลายปีที่แล้ว ก่อนที่สภาฯ จะลงมติรับรองร่างกฎหมายว่าด้วยการควบคุมเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ ซึ่งได้กำหนดมาตรการออกมาจำนวนหนึ่ง ที่คาดว่าจะทำให้การซื้อขายเครื่องดื่มประเภทนี้ยากขึ้น และมีราคาแพงขึ้น
       
การสำรวจโดยกระทรวงสาธารณสุขลาวในหนึ่งปีที่ผ่านมา พบว่า มีชาวลาวถึง 75% บริโภคเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ ในนั้น 32% ดื่มเป็นประจำ 68% ดื่มบางโอกาส อีก 6% ดื่มอย่างน้อยสัปดาห์ละ 5 ครั้ง หนังสือพิมพ์ลาวพัดทะนา สื่อของสมาคมนักข่าวแห่งชาติรายงาน
       
ปัจจุบัน ชาวลาวที่มีอายุตั้งแต่ 15 ปีขึ้นไป ดื่มสิ่งที่มีแอลกอฮอล์เฉลี่ยมากกว่า 15 ลิตรต่อคนต่อปี “ตัวเลขที่ไม่พึงปรารถนานี้เป็นภาระหนักหน่วงทางเศรษฐกิจ คิดเป็นเงินถึง 15,000 ล้านกีบ หรือคิดเป็นประมาณ 2% ของผลผลิตมวลรวมภายในประเทศ” นอกจากนั้น ยังทำให้มีผู้ป่วยเป็นโรคตับแข็งกว่า 2,000 ราย มีผู้เสียชีวิตปีละหลายร้อยคน จากการขับขี่อันเนื่องมาจากดื่มสิ่งมึนเมา ลาวพัดทะนา กล่าว
       
สาเหตุที่ทำให้ชาวลาวดื่มสิ่งมึนเมามาก ก็เนื่องจากสามารถเข้าถึงเครื่องดื่มประเภทนี้ได้ง่าย กล่าวคือ 85% ของร้านที่จำหน่ายอยู่ใกล้เคหสถานของประชาชนไม่เกิน 100 เมตร นอกจากนั้น 7% ยังมีเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์เก็บไว้ในครัวเรือนอีกด้วย
       
รายงานของกระทรวงสาธารณสุขระบุด้วยว่า เครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์เป็นสาเหตุให้เกิดการใช้ความรุนแรงในครอบครัว โดย 40% เป็นการทะเลาะวิวาทกันในครอบครัว 36% เป็นการทะเลาะวิวาทที่ไม่มีจุดประสงค์เกี่ยวกับบุคคลใดบุคคลหนึ่ง 11% มีความพยายามกระทำการล่วงละเมิดทางเพศ อีก 10% เป็นการคุกคามทางเพศ และมีเพศสัมพันธ์โดยบังคับข่มชืนใจ
       
กระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า กฎหมายว่าด้วยการควบคุมแอลกอฮอล์จะช่วยบรรเทาผลกระทบและผลร้ายจากเครื่องอื่มที่มีแอลกอฮอล์ที่มีต่อสุขภาพ เศรษฐกิจ-สังคม วัฒนธรรมอันดีของชาติ และทำให้สังคมมีความเป็นระเบียบเรียบร้อย เนื่องจากมีการห้าม และจำกัดเวลา สถานที่จำหน่ายและดื่ม จำกัดการโฆษณา รวมทั้งเพิ่มอัตราภาษีอากรให้สูงขึ้น เพื่อผ่อนคลายปัญหาดังกล่าว
       
สำหรับเวียดนาม รายงานฉบับหนึ่งของกระทรวงสาธารณสุขที่เผยแพร่ในเดือน พ.ค.ปีที่แล้วระบุว่า ระหว่างปี 2555-2556 ชาวเวียดนามดื่มเบียร์รวมกันเป็นปริมาณกว่า 3,000 ล้านลิตร ซึ่งถ้าหากเป็นเช่นนั้นจริงเมื่อเทียบกับประชากร ก็จะพบว่า ชาวเวียดนามบริโภคเบียร์อย่างเดียวคนละ 33.33 ลิตรต่อปี ซึ่งเป็นอัตราสูงที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และเป็นอันดับ 3 ในทวีปเอเชีย การสำรวจยังพบว่า ในช่วงปีเดียวกันชาวเวียดนามดื่มไวน์รวมกันอีกปีละเกือบ 68 ล้านลิตร
       
อย่างไรก็ตาม สถิติไม่ได้ระบุชัดว่า มีชาวเวียดนามกี่ล้านคนที่ดื่มเครื่องดื่มผสมแอลกอฮอล์ หรือ เป็นอัตราส่วนเท่าไรเมื่อเทียบกับจำนวนประชากรทั้งหมด ขณะที่รายงานของคณะกรรมการความปลอดภัยการจราจรแห่งชาติเวียดนาม ระบุว่า ราว 60% ของอุบัติเหตุบนท้องถนนในประเทศ มีสาเหตุมาจากการขับขี่ยวดยานขณะมึนเมา และ 4.4% ของชาวเวียดนามเจ็บป่วยด้วยโรคที่เป็นผลมาจากการดื่มเบียร์ และไวน์. 

 

powered by social2s

สาวสวยน่ารัก สปป.ลาว

มาสด้าปากเซ
เรียน autocad ที่ลาว
รับทำแฟนเพจลาว
ทัวร์ลาว นำเที่ยวลาว รถตู้ไปลาว

Go to top